เรื่อง : พระพุทธศาสนา กับ วิทยาศาสตร์
เรื่อง : พระพุทธศาสนา กับ วิทยาศาสตร์ สาระ : ศาสนา ศิลธรรม จริยธรรม และวิทยาศาสตร์
มีบางคนตั้งข้อสังเกตุว่า??
พระพุทธศาสนา มีลักษณะคล้ายกับวิทยาศาสตร์ เช่น สนใจศึกษาธรรมชาติยึดหลักของเหตุผล และท้าทายต่อการพิสูจน์ แต่หากจะพิจรณาให้รอบคอบ ก็น่าจะกล่าวในเชิงกลับกันมากกว่า วิทยาศาสตร์มีลักษณะคล้ายกับพระพุทธศาสนา ทั้งนี้เพราะวิทยาศาสตร์เป็นศาสตร์ที่เพิ่งอุบัติขึ้นมาในโลกเพียงไม่กี่ร้อยปี ในขณะที่พระพุทธศาสนานั้นเกิดมาเกือบ 2600 ปีแล้ว หลักการของพระพุทธศาสนาและวิทยาศาสตร์เหมือนกัน คล้ายคลึงกัน หรือแตกต่างกันอย่างไร จะได้กล่าวถึงรายละเอียดต่อไป โดยจะเริ่มต้นที่หลักการของวิทยาศาสตร์ก่อน หลักการของวิทยาศาสตร์ คำว่า วิทยาศาสตร์ เป็นคำไทย แปลมาจากคำภาษาอังกฤษว่า Science ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษาละติน หรือกรีก แปลว่า รู้ หรือความรู้ ความหมายอันเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน คือหมายถึง ความรู้เรื่องธรรมชาติ ซึ่งหมายถึง ทุกสรรพสิ่งที่มีอยู่ในจักรวาล ตั้งแต่สิ่งที่เล็กมากจนตามองไม่เห็น เช่น เชื้อโรคไปจนกระทั่งสิ่งที่ใหญ่มาก เช่น โลก ดวงอาทิตย์ ดวงดาว ตลอดจนจักรวาล ซึ่งประกอบด้วยดวงดาวทั้งหมด ธรรมชาติ ยังคลอบคลุมทั้งสิ่งที่ไม่มีชีวิต เช่น ก้อนหิน ดิน ทราย ซึ่งเป็นวัตถุเรียกกันว่า สสาร และที่มีสภาพเป็น พลังงาน เช่นความร้อน แสงสว่าง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นต้น และสิ่งมีชีวิตทั้งหมด เช่นพืช สัตว์ เชื้อรา ไวรัส รามทั้งตัวมนุษย์เอง แต่อย่างไรก็ดียังมีปรากฎการณ์อีกเป็นอันมากที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตและจิตใจของมนุษย์ เช่นการเวียนว่ายตาย เกิด การระลึกชาติได้ กฎแห่งกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว การติดต่อกันโดยใช้พลังจิต การใช้พลังจิตเคลื่อนย้ายวัตถุ เป็นต้น แต่ปรากฎการณ์เหล่านี้สามารถอธิบายได้ โดยอาศัยหลักการของพระพุทธศาสนา ซึ่งได้กล่าวถึงในตอนต่อไป การศึกษาธรรมชาติ เพื่อรู้เรียกว่า วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆได้เป็น 2 กลุ่มคือ 1. วิทยาศาสตร์กายภาพ เป็นวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับการศึกษาสิ่งที่ไม่มีชีวิต ได้แก่วิชาฟิสิกส์ เคมี ดาราศาสตร์ ธรณีวิทยา อุตุนิยมวิทยา และอุทกวิกยาเป็นต้น 2. วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เป็นวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับการศึกศาสิ่งมีชีวิตต่างๆ ซึ่งอาจแบ่งย่อยเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มพฤกษศาสตร์ ซึ่งศึกษาต้นไม้เละพืชทุกชนิด และกลุ่มสัตวศาสตร์ ซึ่งศึกษาสัตว์ทุกชนิด ตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียวไปจนกระทั่งมนุษย์ ทั้งสองกลุ่มนี้แตกสาขาย่อยออกไปอีกมากมาย นอกจากวิทยาศาสตร์ธรรมชาติแล้ว ยังมีวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นอีก 3 ประเภทคิอ 1. วิทยาศาสตร์สังคม เป็นการศึกษาธรรมชาติ ของมนุษย์ในสังคมซึ่งประกอบด้วยบุคคลตั้งเต่ 2 คนขึ้นไป ประกอบด้วยวิทยาการสาขาต่างๆ เช่นสังคมวิทยา มนุษยวิทยา เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ อาชญาวิทยา ภาษาศาสตร์ จิตวิทยา และจริยศาสตร์ เป็นต้น 2. วิทยาศาสตร์อัตภาพ เป็นการศึกษาธรรมชาติของจิตมนุษย์และปรากฎการณ์ทางจิตต่างๆเป็นวิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้นไม่นาน ได้แก่ วิชาจิตวิทยา ปรจิตวิทยา เป็นต้น 3. วิทยาศาสตร์ประยุกต์ เป็นการประยุกต์ความรุ้จากวิทยาศาสตร์ธรรมชาติมาทำประโยชน์ให้เกิดแก่มนุษย์ในการดำรงชีวิต เช่น วิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ เภสัชศาสตร์ แพทยศาสตร์ เป็นต้น วิทยาศาสตร์ประยุกต์ มีชื่อเรียกอีกนัยหนึ่งว่า เทคโนโลยี แต่เทคโนโลยีมิใช่วิทยาศาสตร์ประยุกต์ก็มี เช่น เทคโนโลยีการฝังเข็ม หรือการปักเข็มรักษาโรค ซึ่งเป็นเทคโนโลยี ของจีนโบราณ อายุหลายพันปี เป็นสิ่งที่มิได้มาจากการค้นคว้า ทางวิทยาศาสตร์แต่ประการใดเพราะวิทยาศาสตร์มีอายุเพียงไม่กี่ร้อยปีเท่านั้น อย่างไรก็ดีจากความรุ้ทางวิทยาศาสตร์ เละการประยุกต์ความรู้นั้นมาใช้ประโยชน์ มนุษยชาติก็ได้พัฒนาเจริญก้าวหน้าอย่างมากในเชิงวัตถุ เพียงไม่กี่ร้อยปี จนกระทั่งเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีระดับสูง ดังที่เป็นอยู่ในสมัยปัจจุบันนี้ หลักการของพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาคือ คำสั่งสอน ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อช่วยมนุษย์ให้พ้นทุกข์ ซึ่งมีหลักการสำคัญ 3 ประการคือ 1. ให้ละเว้นการกระทำความชั่ว 2.ให้ตั้งมั่นอยู่ในการกระทำแต่ความดี 3.ให้ชำระจิตของตนเองให้ผ่องใสอยู่เสมอ หลักการสำคัญทั้งสามประการนี้จะเห็นว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับร่างกายจิตใจทั้งสิ้น ซึ่งเป็นไปตามความที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า
และแล้ว...มนุษย์ ก็ เข้าใจว่าศาสนา คือ ศาสตร์ สูงค่ากว่า วิทยาศาสตร์ มากมายหลายเท่านักศาสนา คือ ที่มาของ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์ สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ศิลปะศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ฯลฯ
พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ทำให้อดคิดถึงสมัยของ "คัมภีร์เวท" ในสมัยของ "ชนชาติอารยัน" เมื่อก่อนโน้นไม่ได้แฮะ นอกจากไตรเภทนี้แล้ว ในสมัยนั้นยังมีเรื่องของคัมภีร์อีกบทหนึ่งคือ "อาถรรพ์เวท" ทำให้รู้ว่า ในเรื่องของศาสตร์ต่างๆนั้น มีเนิ่นนานมาแล้วก่อนที่จะมีวิทยาศาสตร์เสียอีกสรุป ก็คือทั้งศาสตร์ขาว และศาสตร์ดำ นั้นเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กันนั่นแหล่ะ ซึ่งเกิดก่อนวิทยาศาสตร์ด้วยซ้ำไป
พุทธศาสตร์ไม่ได้คล้ายวิทยาศาสตร์ แต่ พุทธศาสตร์ คือ วิทยาศาสตร์ตลอดกาล เพราะความจริง เป็นสิ่งที่มีอยู่เพียงหนึ่งเดียว ...... นั่นคือ สัจธรรม
วิทยาศาสตร์ (Science) คือ องค์ความรู้ที่มุ่งเน้นการพิสูจน์ข้อสมมติฐานด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการสังเกต การจำลอง การทดลอง และการสรุปผล
ศาสนา (Religion) คือ ความเชื่อและความศรัทธาที่บ่มเพาะให้มนุษย์มีจิตใจใฝ่คุณธรรม
http://board.palungjit.com/f2/เรื่อง-พระพุทธศาสนา-กับ-วิทยาศาสตร์-81164.html
วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
